สิทธิประกันสังคม ที่พนักงานประจำควรทราบ (มาตรา 33)

/, Hightlight Today, ความรู้อื่นๆที่น่าสนใจ, วางแผนประกันภัย/สิทธิประกันสังคม ที่พนักงานประจำควรทราบ (มาตรา 33)

สิทธิประกันสังคม ที่พนักงานประจำควรทราบ (มาตรา 33)

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนที่ทำงานประจำ (มาตรา 33) นั้น ได้มีการสมัครประกันสังคมเอาไว้อย่างแน่นอน เพราะกองทุนประกันสังคมคือกองทุนภาคบังคับที่บังคับให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จะต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง พร้อมกับขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนด้วยกับทางประกันสังคม ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีการจ้างงาน

โดยกองทุนประกันสังคม คือ กองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมให้ได้รับประโยชน์ทดแทน เมื่อประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตาย ซึ่งไม่เกิดจากการทำงาน รวมทั้งกรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพและว่างงาน โดยในบทความนี้จะพูดถึงเฉพาะกลุ่มที่ทำงานประจำเท่านั้น

สิทธิที่ได้รับ

1. เจ็บป่วยหรือประสบอันตราย

คือการที่เราไม่สบายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิด โดยเมื่อเกิดเหตุแล้วเราสามารถใช้สิทธิจากประกันสังคมได้ดังนี้

1. ได้ค่ารักษา

  • ไปที่รพ.ที่เลือกไว้: รักษาฟรี
  • ไปรพ.อื่นๆ ต้องกรณีฉุกเฉินเท่านั้น โดยคนไข้สำรองจ่ายไปก่อนแล้วค่อยมาเบิกคืน

2. ได้ชดเชยรายได้

  • จ่าย 50% ของฐานเงินเดือน (Max (เงินเดือน, 15,000))
  • ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง และ 180 วันต่อปี
  • ต้องใช้สิทธิวันลาป่วยกับนายจ้างก่อน 30 วันแล้วจึงมารับสิทธินี้

3. ได้ค่าทำฟัน

  • ถอนฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน จ่ายตามจริงไม่เกิน 900 บาทต่อปี

จ่ายสมทบมากกว่า 3 เดือนใน 15 เดือน

การสำรองจ่ายเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคม กรณีเข้าพักไม่ตรงกับสถาณพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ ประกันสังคมได้กำหนดอัตราเบิกดังนี้

โรงพยาบาลรัฐ

  • การรักษาทั้งอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย สามารถเข้ารับการรักษาได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ในกรณีเป็นผู้ป่วยนอก เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง
  • ในกรณีเป็นผู้ป่วยใน เบิกได้ตามที่จ่ายจริง ยกเว้น ค่าห้องและค่าอาหาร เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท

โรงพยาบาลเอกชน

  • กรณีผู้ป่วยนอก เบิกค่ารักษาได้ไม่เกิน 1,000 บาท
  • กรณีผู้ป่วยใน ค่ารักษาพยาบาลกรณีไม่ได้รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท ค่าห้องค่าอาหารไม่เกินวันละ 700 บาท ค่าห้องกรณีรักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท
  • กรณีต้องผ่าตัดใหญ่เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000 – 16,000 บาทตามระยะเวลาการผ่าตัด

.

2. ทุพพลภาพ

ทุพพลภาพ หมายถึง การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ หรือของร่างกาย หรือสูญเสียภาวะปกติของจิตใจ จนทำให้ความสามารถในการทำงานลดลงถึงขนาดไม่อาจประกอบการงานตามปกติได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด และเมื่อมีข้อบ่งชี้จากทางแพทย์แล้วเราสามารถใช้สิทธิจากประกันสังคมดังต่อไปนี้

1. สามารถเบิกค่ารักษา
2. ได้เงินชดเชยรายได้รายเดือน โดยจ่าย 50% ของฐานเงินเดือน และจ่ายตลอดชีวิต
3. ถ้าเสียชีวิตจากเหตุทุพพลภาพ โดยจ่าย

  • ค่าทำศพ 40,000 บาทและ
  • เงินสงเคราะห์ โดยคิดจากจำนวนปีที่จ่านสมทบ
    • จ่ายสมทบ 3 – 9 ปี: ชดเชย 3 เท่าของรายได้
    • จ่ายสมทบ > 10 ปี: ชดเชย 10 เท่าของรายได้

จ่ายสมทบมากกว่า 3 เดือนใน 15 เดือน

.

3. เสียชีวิต

ถึงแก่ความตายอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน (เพราะถ้าถึงแก่ความตายจากการทำงานกองทุนชดเชยจะเป็นผู้จ่าย)

1. ได้ค่าทำศพ ผู้จัดการศพได้เงิน 40,000 บาท โดยจ่ายตามลำดับดังนี้

  • จ่ายให้ผู้ที่ผู้ประกันตนระบุ
  • คู่สมรส บิดา มารดา หรือบุตร แต่ต้องมีหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการศพ
  • บุคคลอื่นที่มีหลักฐานว่าเป็นผู้จัดการศพ

2. ได้เงินสงเคราะห์ เงินสงเคราะห์ โดยคิดจากจำนวนปีที่จ่านสมทบ

  • จ่ายสมทบ 3 – 9 ปี: ชดเชย 3 เท่าของรายได้
  • จ่ายสมทบ > 10 ปี: ชดเชย 10 เท่าของรายได้

จ่ายสมทบมากกว่า 1 เดือนใน 6 เดือน

.

4. คลอดบุตร

สำนักงานประกันสังคมยังให้สิทธิผู้ประกันตนในการได้สิทธิประโยชน์จากการคลอดบุตรด้วยเช่นเดียวกัน

1. ได้ค่าคลอด 

  • ได้รับค่าคลอด 13,000 บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง
  • พ่อ หรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ประกันตนก็สามารถใช้ได้
  • ถ้าพ่อ และแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคุ่สามารถใช้สิทธิได้เพียวคนเดียว
  • สามารถใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

2. ได้ชดเชยรายได้

  • ต้องเป็นผู้ประกันตนฝ่ายหญิงเท่านั้นถึงได้รับสิทธิ
  • จ่าย 50% ของฐานเงินเดือน และจ่ายไม่เกิน 90 วัน
  • ได้ชดเชยสำหรับบุตรไม่เกิน 3 คน (คนที่ 4 ไม่ได้)

จ่ายสมทบมากกว่า 7 เดือนใน 15 เดือนก่อนการคลอด

.

5. ค่าเลี้ยงดูบุตร

ประกันสังคมนอกจากจะให้ค่าคลอดตามข้อก่อนหน้าแล้ว เมื่อคุณแม่คลอดน้องออกมาก็ยังได้สิทธิเบิกค่าเลี้ยงดูรายเดือนกันด้วยนะ ถึงแม้ไม่ได้เยอะมากแต่ก็ช่วยค่าใช้จ่ายได้บ้างก็ถือว่าเป็นสิทธิที่เราควรได้ อย่าลืมเบิกในส่วนนี้กันด้วยครับ

ได้เป็นเงินชดเชยการขาดรายได้

  • ได้แบบเหมาจ่าย เดือนละ 400 บาทต่อบุตร 1 คน
  • จ่ายเดือนนึงไม่เกิน 3 คน
  • จ่ายตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี
  • ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • สิทธิไม่หายถึงแม้ผู้ประกันตนเสียชีวิต

จ่ายสมทบมากกว่า 12 เดือนใน 36 เดือน

.

6. ชราภาพ

เมื่อเราเกษียณจากการทำงานแล้วประกันสังคมยังให้สิทธิแก่ผู้ประกันตนในการเงินสงเคราะห์ชราภาพด้วยเช่นกัน โดยผู้ประกันจะได้เงินมากหรือน้อยเท่าใด จะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ได้มีการสมทบในระหว่างที่เป็นสมาชิก

สามารถได้รับเงินบำหน็จ หรือเงินบำนาญ

  • ผู้ประกันตนต้องอายุ 55 ถึงสามารถได้สิทธินี้ได้
  • จะได้บำเหน็จ หรือบำนาญที่จะได้ต้องดูจำนวนเดือนที่สมทบมา
    • น้อยกว่า 12 เดือน: ได้เงินที่ส่งสมทบคืนทั้งหมด
    • มากกว่า 12 ดือนแต่ไม่ถึง 180 เดือน: ได้เงินบำเหน็จ (เงินสมทบ + ผลประโยชน์)
    • เท่ากับ 180 เดือน: ได้เงินบำนาญ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
    • มากกว่า 180 เดือน: ได้บำนาญ 20% + 1.5% (ทุกๆ 12 เดือนของส่วนที่เกิน 180 เดือน)

.

7. ว่างงาน

ในระหว่างการย้ายงาน หรือเกิดเหตุโดนไล่ออกจากที่ทำงาน กองทุนประกันสังคมยังมีสวัสดิการเงินชดเชยการจ้างงานเพื่อบรรเทาภาระ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวดังนี้

  • กรณีถูกไล่ออก
    – ได้เงินทดแทน 50% ของเงินเดือน เป็นเวลา 180 วัน
  • กรณีลาออกเอง
    – ได้เงินทดแทน 30% ของเงินเดือนเป็นเวลา 90 วัน
  • ต้องขึ้นทะเบียนที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วันที่ออกจากงาน ไม่เช่นนั้นสิทธิเงินชดเชยจะค่อยๆหมดตามวันที่เหลืออยู่
  • ต้องไม่ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุทุจริต/ก่อความเสียหายให้นายจ้าง
  • จ่ายสมทบมากกว่า 6 เดือน ใน 15 เดือน

.

ข้อควรรู้

เงินสมทบของผู้ประกันตน

  • มาตรา 33 กำหนดเงินสมทบ คือ 5% ของฐานเงินเดือน
  • โดยสมทบสูงสุด คือ 750 บาท/เดือน
  • ฐานเงินที่ไว้ตำนวณ คือเงินเดือนจริงที่ได้รับหรือ 15,000 โดยดูว่าจำนวนใดน้อยกว่า

432 บาทของเรามีประโยชน์อะไรบ้าง

  • 144 บาทคุ้มครอง การบาดเจ็บ/ เจ็บป่วย, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, คลอดบุตร
  • 288 บาทคุ้มครอง ค่าเลี้ยงดูบุตร, ชราภาพ

การสมัครมีเงื่อนไขเวลาการสมัคร

  • ต้องสมัครภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน
  • ต้องเคยเป็นผู้ประกันตน (มาตรา 33) มาก่อนไม่ต่ำกว่า 12 เดือน

วันที่จ่ายเงินสมทบ

  • จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนดังกล่าวจนถึง 15 เดือนถัดไป

ทั้งหมดนี้เป็นเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับจากกองทุนประกันสังคม ซึ่งถ้าเรายังมีคำถามสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ http://www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506 เค้ามีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตอบข้อสงสัย อย่าลืมว่าสิทธิของเรา เราจำเป็นต้องรู้นะครับด้วยความปรารถนาจากพี่เสือ #tigertheplanner นะครับ วันนี้ลาไปก่อนแล้วพบกันในบทความถัดไปครับ

– ถ้าคุณอยากเริ่มวางแผนการเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร?
– อยากเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาจัดการเอง
– เสียภาษีเยอะจัง ควรเริ่มจัดการอย่างไร?
– SSF หรือ RMF กองไหนน่าสนใจ?
– ประกันมีให้เลือกหลายแบบ เลือกไม่ถูก?

ปรึกษาฟรี
Facebook Comments
By | 2018-08-30T16:30:58+00:00 August 20th, 2018|Blog, Hightlight Today, ความรู้อื่นๆที่น่าสนใจ, วางแผนประกันภัย|Comments Off on สิทธิประกันสังคม ที่พนักงานประจำควรทราบ (มาตรา 33)

About the Author: