2 กลยุทธ์พิเศษที่ไว้จัดพอร์ตการลงทุนของ Unitlink

/, วางแผนการลงทุน, วางแผนประกันภัย/2 กลยุทธ์พิเศษที่ไว้จัดพอร์ตการลงทุนของ Unitlink

2 กลยุทธ์พิเศษที่ไว้จัดพอร์ตการลงทุนของ Unitlink

จากหลายบทความที่ผ่านมาน่าจะทำให้เพื่อนๆรู้จักประกันควบการลงทุน (Unitlink) มากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากความสามารถพิเศษด้านความคุ้มครองที่โดดเด่นแล้ว Unitlink ยังมีกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย บทความนี้จะพูดถึงกลยุทธ์การลงทุนที่ทำให้การออมผ่านประกันควบการลงทุน (Unitlink) มีผลตอบแทนที่น่าสนใจนั้นคือ Auto-Re-balancing และ DCA

1. การเข้าซื้อแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Average)

กลยุทธ์ที่สำคัญของกรมธรรม์ควบการลงทุนคือ การเข้าซื้อแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost average : DCA) โดยกลยุทธ์นี้เราสามารถกำหนดกองทุนต้นทางที่จะนำเงินไปพักไว้ก่อนการลงทุน และยังกำหนดกองทุนปลายทางที่เป็นเป้าหมายของการลงทุนได้ โดยขั้นตอนการลงทุนนั้นจะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถขจัดปัญหาเรื่องการจับจังหวะการลงทุน (Market Timing) ได้อย่างดี

2. การรักษาสัดส่วนการลงทุน (Auto Re-balancing)

คือกลยุทธ์ที่ช่วยให้เรารักษาสัดส่วนเงินลงทุน (Auto-Re-balancing) ให้อยู่ในรูปแบบและ ระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ตลอดเวลา โดยวิธีการรักษาสัดส่วนเงินลงทุนสามารถยกตัวอย่างจากเหตุการณ์ได้

  • เมื่อเราประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนแล้วพบว่าเราสามารถลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง (ตราสารทุน หุ้นหรือกองทุนรวมหุ้น) 50% และอีก 50% จะลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ (กองทุนรวมตลาดเงิน, หุ้นกู้, พันธบัตร)
  • เรากำหนดเป้าหมายระยะเวลา เช่น 3 เดือน, 6 เดือนหรือ ครึ่งปีเพื่อทำการรีวิวพอร์ตการลงทุน โดยคงสัดส่วนเงินลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงและสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำที่ 50:50 โดยจะทำการซื้อขายเพื่อรักษาสัดส่วนดังกล่าวโดยไม่สนใจเรื่องราคา

ถ้าตราสารทุนมีสัดส่วนเกิน 50% เราจะทำการขายส่วนที่เกิน 50% และนำไปลงทุนในตราสารหนี้เพื่อรักษาสัดส่วนให้อยู่ที่ 50 :50

ประโยชน์ที่เราได้รับจากการรักษาสัดส่วนการลงทุนคือ

  1. ทำให้เราสามารถล็อกกำไรที่ได้จากกองทุนรวม โดยทำการขายหน่วยลงทุนในขณะที่ราคาสูง เพื่อล็อคกำไรไม่ให้พอร์ตการลงทุนของเราเผชิญความเสี่ยงที่มากเกินกว่าที่รับได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อราคาตราสารทุนขึ้นไปสูงจนทำให้สัดส่วนเป็น 65% จะทำการ Auto Re-balancing ด้วยขาย 15% ส่วนเกินออกมาเพื่อเป็นการล็อคกำไร โดยจะตัดปัญหาเรื่องความโลภของมนุษย์ออกไป
  2. ทำให้เราสามารถเข้าซื้อสินทรัพย์ความเสี่ยงสูงได้ในช่วงที่ราคาถูก โดยปราศจากความกลัวในจิตใจยกตัวอย่างเช่น เมื่อราคาตราสารทุนตกลงจนทำให้มูลค่าอยู่ที่ 40% (นั่นหมายถึงว่า มีราคาที่ถูกลง) กองทุนจะทำการ Auto-Re-balancing โดยขายส่วนเกินของตราสารหนี้ เพื่อนำไปซื้อตราสารทุนในช่วงที่ราคาถูก นั่นทำให้ต้นทุนถัวเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำลง

ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่ออกแบบมาอย่างพิเศษสำหรับแบบประกัน Unitlink ทำให้การจัดการการลงทุนภายใต้กรมธรรม์ควบการลงทุนเป็นไปได้อย่างง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนการจัดการที่ไม่สูง

แต่ทั้งนี้ข้อสำคัญของการจัดพอร์ตการลงทุนคือ การกระจายความเสี่ยงด้วยการแบ่งพอร์ตการลงทุนอย่างเหมาะสม และตรงตามระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยงแต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ด้วยความปรารถนาดีจากเวลธ์ พารท์เนอร์ กรุ๊ปครับ

– ถ้าคุณอยากเริ่มวางแผนการเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร?
– อยากเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาจัดการเอง
– เสียภาษีเยอะจัง ควรเริ่มจัดการอย่างไร?
– SSF หรือ RMF กองไหนน่าสนใจ?
– ประกันมีให้เลือกหลายแบบ เลือกไม่ถูก?

ปรึกษาฟรี
Facebook Comments
By | 2019-08-22T22:47:36+00:00 August 13th, 2018|Blog, วางแผนการลงทุน, วางแผนประกันภัย|Comments Off on 2 กลยุทธ์พิเศษที่ไว้จัดพอร์ตการลงทุนของ Unitlink

About the Author: