ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราควรรู้จัก

/, ความรู้อื่นๆที่น่าสนใจ, วางแผนการลงทุน/ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราควรรู้จัก

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราควรรู้จัก

การลงทุนในยุคนี้มีทงเลือกให้เราค่อนข้างเยอะ โดยส่วนมากการลงทุนของเรามันจะเป็นผลิตภัณฑ์การเงินเดิมๆที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี จะดีไหมที่เราจะรู้ทางเลือกของการลงทุน เพื่อเปรียบเสมือนเปิดโอกาสการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

ในบทความชิ้นนี้  จะเป็นการแนะนำหลักทรัพย์ทางการเงินชนิดต่างๆ ให้เรารู้จักแบบให้เห็นภาพกว้าง  โดยหากเราสนใจจะลงทุนผลิตภัณฑ์ชนิดใด อาจจะต้องไปศึกษาข้อมูลลึกลงไปในผลิตภัณฑ์นั้นๆ เพื่อการตัดสินใจอย่างถูกต้อง ว่าแล้วตามพี่เสือ #tigertheplanner กันไปเลยครับ

  • เอกสารที่แสดงสิทธิในความเป็นเจ้าของของบริษัท หรือกิจการใดกิจการหนึ่ง
  • วัตถุประสงค์ของบริษัทที่ออกขายหุ้น  เพื่อระดมเงินทุนขยายกิจการ  แต่ผู้ซื้อหุ้นหรือผู้ถือหุ้น  มีวัตถุประสงค์เพื่อหวังผลกำไรจากเงินปันผล  และการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น
  • การเป็นผู้ถือหุ้น  ยังทำให้เรามีสิทธิมีส่วนในการกำหนดแนวนโยบายของบริษัท  แต่สิทธิดังกล่าวจะมากน้อยเพียงใด  ขึ้นกับว่าเราถือหุ้นบริษัทนั้นมากน้อยเพียงใดด้วย
  • คือหุ้นประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าหุ้นสามัญ  อย่างน้อยสองประการ  คือ
  • มีสิทธิรับเงินปันผลในอัตราที่แน่นอนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ  และถ้าเงินปันผลที่ไม่จ่ายในปีปัจจุบันก็ให้สะสมไปจ่ายในอนาคตได้  ขึ้นกับข้อกำหนดในการออกหุ้นบุริมสิทธิ์ในครั้งนั้นๆ
  • หากบริษัทต้องเลิกกิจการ  ผู้ถือหุ้นมีสิทธิได้รับการแบ่งทรัพย์สินก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ  โดยทั่วไปบริษัทจะออกหุ้นบุริมสิทธิ์ในภาวะที่บริษัทเกิดวิกฤต  ระดมเงินทุนไม่ได้  จึงต้องจูงใจผู้คน   โดยให้สิทธิพิเศษมากกว่าผู้ถือหุ้นเดิม  แต่บริษัทมักกำหนดให้  ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์  ไม่มีสิทธิในการออกเสียงและไม่มีสิทธิในการรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท
  • คือเอกสารที่แสดงสิทธิเป็นเจ้าหนี้ของบริษัท  หรือ  กิจการใดกิจการหนึ่ง
  • บริษัทออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุนขยายกิจการ  แต่ทำในรูปของการกู้ยืมประชาชนโดยกำหนดระยะเวลา  และอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอน  (ว่าเป็นคงที่หรือลอยตัวตามอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง)  โดยทั่วไปหุ้นกู้จะมีอายุ  3-7  ปี  ดอกเบี้ยมักสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร   แต่เป็นการกู้ที่ไม่มีหลักประกัน  การจ่ายดอกเบี้ยจะจ่ายเป็นงวดๆ   เมื่อครบกำหนดผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคืน
  • บริษัทเลือกจะกู้เงินจากประชาชนโดยตรง  เพราะอัตราดอกเบี้ยถูกกว่าการกู้เงินจากธนาคาร  ระยะเวลากู้ยาวนานกว่า  ทำให้บริหารเงินได้ง่าย  หรือ  อยู่ในภาวะที่ธนาคารอาจไม่ยอมปล่อยกู้เพิ่มเติมให้แล้ว  จึงต้องหาช่องทางกู้เงินจากประชาชนแทน
  • ส่วนผู้ลงทุนซื้อหุ้นกู้  เพราะ  ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าฝากธนาคาร,  มีผลตอบแทนคงที่  และยังสามารถทำกำไรได้จากการขายหุ้นกู้  ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มลดลง  หุ้นกู้จะมีราคาสูงขึ้น
  • หุ้นกู้มีหลายประเภท  เช่น
    • หุ้นกู้แปลงสภาพ  คือ  หุ้นกู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษสามารถเลือกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้  หรือจะถือเป็นหุ้นกู้ต่อเพื่อรับดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้  จนครบกำหนดก็ได้   ผู้ลงทุนจะใช้สิทธิแปลงสภาพก็ต่อเมื่อราคาหุ้นสามัญอยู่สูงกว่าราคาแปลงสภาพ
    • หุ้นกู้มีหลักประกัน  คือ  หุ้นกู้ที่มีสถาบันการเงิน  หรือ  บริษัทอื่นที่มั่นคงกว่ามาค้ำประกันหนี้สินให้  หรือ  บริษัทผู้ออกหุ้นกู้  อาจยินยอมให้เอาทรัพย์สิน  เช่น  ที่ดิน  ,ตัวโรงงาน  มาค้ำประกันหนี้สิน
    • หุ้นกู้ด้อยสิทธิ์  คือหุ้นกู้ที่กำหนดให้มีสิทธิเรียกร้องต่อบริษัทเป็นลำดับท้ายๆในกลุ่มหุ้นกู้ด้วยกันในกรณีที่บริษัทปิดกิจการลง  แต่มักให้ดอกเบี้ยสูงมาก

คือ หุ้นบุริมสิทธิ์ควบหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์  ที่สถาบันการเงินนำออกมาขายระดมทุนในช่วงเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน  เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มทุนในรูปของหุ้นสามัญได้  จึงระดมทุนในรูปหุ้นบุริมสิทธิ์  ที่มีหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์ดอกเบี้ยสูงถึง  22  %  มาจูงใจ  โดยคาดการณ์ว่า  ในช่วง  5  ปีแรก  บริษัทคงยังไม่มีกำไรมาจ่ายเงินปันผลให้หุ้นบุริมสิทธิ์  ดอกเบี้ยรับเฉลี่ยจึงตกปีละ  11  %  เมื่อครบ  5  ปีสถาบันการเงินเหล่านี้มีสิทธิไถ่ถอนหลักทรัพย์ดังกล่าวได้

คือหุ้นกู้ที่ออกโดยรัฐบาล  หรือรัฐวิสาหกิจโดยมีรัฐบาลค้ำประกัน  ความเสี่ยงจากการไม่ได้เงินลงทุนคืนจึงแทบไม่มี  ดอกเบี้ยมักจะต่ำกว่าหุ้นกู้ทั่วไป  แต่ยังคงสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร  เนื่องจากระยะถือครองยาวนานกว่า

คือ เอกสารแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญในอนาคตในจำนวนและราคาที่กำหนดไว้  บริษัทมักออกวอร์แรนท์เพื่อจูงใจผู้ถือหุ้นในกรณีต้องการเพิ่มทุนโดยอาจจะให้ฟรี  หรือ  จำหน่ายในราคาถูก  ผู้ถือวอร์แรนท์จะใช้สิทธิก็ต่อเมื่อราคาหุ้นสามัญสูงกว่าราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ  โดยที่ต้นทุนในการถือวอรํแรนท์ต่ำกว่าหุ้นสามัญ  แต่  การเปลี่ยนแปลงของราคาใกล้เคียงกับหุ้นสามัญ  จึงถือเป็นหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนของราคาสูงมาก

คือเอกสารแสดงสิทธิที่จะซื้อ  หรือ  ขายทรัพย์สินที่ระบุไว้  โดยไม่บังคับว่าต้องซื้อ  หรือขายตามที่ระบุไว้นั้น  โดยทั่วไปตราสารนี้จะระบุเงื่อนไขต่างๆ  เช่น  วันที่ใช้สิทธิ์  ราคาหรือจำนวนของตราสาร  ที่ผู้ถือสามารถใช้สิทธิ์ซื้อหรือขายให้

  • สิทธิ์ในการซื้อหลักทรัพย์ที่ระบุไว้  เรียกว่า Call Options
  • สิทธิ์ในการขายเรียกว่า  Put Options
  • วอร์แรนท์จัดเป็นสัญญาสิทธิ์ชนิด Call Options

คือ  สัญญา หรือข้อตกลงที่ผู้ถือหุ้น  และผู้ออกตราสารต้องดำเนินการซื้อหรือขาย  และส่งมอบทรัพย์สินตามราคาและจำนวนที่ระบุไว้  ณ วันสิ้นสัญญา เป็นการเก็งกำไรภาวะการณ์ในอนาคตที่มีความเสี่ยงสูงสุด  เนื่องจากถูกบังคับให้ปฎิบัติตามสัญญาซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

  • คือตราสารชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายการฝากเงินแบบประจำ  ที่ธนาคารพาณิชย์ออกให้แก่ผู้ฝากเงิน
  • แต่ต่างจากการฝากประจำตรงที่สามารถเปลี่ยนมือจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้  และจำนวนเงินขั้นต่ำในการฝากเงินอยู่ที่  5  แสนบาท
  • ระยะเวลาที่ฝากจะอยู่ระหว่าง 3  เดือนถึง  3  ปี แล้วแต่จะกำหนด ผู้ถือจะได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดก็ต่อเมื่อถือจนครบกำหนด  ดังนั้นผลตอบแทนจึงมักมากกว่าการฝากประจำ
  • เป็นหนังสือซึ่งผู้ออกตั๋วให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่ง  ให้แก่บุคคลหนึ่ง
  • คล้ายๆการเขียนเช็คล่วงหน้าเพียงแต่ผู้ออกตั๋วต้องอยู่ในรูปของบริษัท  และตั๋วเงินนี้ต้องติดอากรแสตมป์ให้เรียบร้อย
  • แต่ความหมายของตั๋วสัญญาใช้เงินในท้องตลาดหมายถึง   ตั๋วเงินที่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์  จะออกให้กับผู้ฝากเงิน  ซึ่งมักให้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากธนาคาร  การฝากเงินสามารถฝากได้ตั้งแต่  10,000  บาทขึ้นไป  ตามกำหนดเวลาที่ต้องการ
  • เป็นตั๋วเงินชนิดหนึ่งที่ออกโดยบริษัทจำกัดที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน  เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนระยะสั้น  3 – 12  เดือนมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารและตั๋วสัญญาใช้เงิน  ( P/ N )  ของบริษัทเงินทุน
  • บริษัทเอกชนนิยมออกตั๋วแลกเงินแทนหุ้นกู้  เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทต่อสาธารณชน   และไม่ต้องการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบริษัทจัดอันดับเครดิตมาจัดทำอันดับความน่าเชื่อถือให้เหมือนการจำหน่ายหุ้นกู้
  • ตามปกติบริษัทจะออกตั๋วแลกเงินเพื่อใช้หมุนเวียนในธุรกิจการค้า  มากกว่าใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนระยะยาว  แต่ระยะหลังเริ่มมีบริษัทบางแห่งใช้ตั๋วแลกเงินในการระดมทุนระยะยาว  โดยขยายเวลาเป็น  3  ปี  เพื่อทดแทนการออกหุ้นกู้
  • ตั๋วแลกเงิน  สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้  มีระยะเวลาไถ่ถอนสั้นกว่าตราสารอื่น ทำให้เกิดความคล่องตัว  บริหารได้ง่าย  และบริษัทที่ออกตั๋วแลกเงินมักเป็นบริษัทขนาดใหญ่   จึงได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบัน  เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ตั๋วแลกเงิน  จะมีธนาคารพาณิชย์ค้ำประกัน  (อาวัล)  ให้หรือไม่ก็ได้ หากผู้ออกตั๋วต้องการให้ตั๋วแลกเงินของตนดูน่าเชื่อถือและได้รับความนิยม ก็ให้ธนาคารค้ำประกัน โดยในการนี้  ต้องเสียค่าใช้จ่ายบางส่วนให้ธนาคาร
  • คือ  ตราสารทางการเงินที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก  เพื่อกู้ยืมเงินระยะสั้นไม่เกิน  1  ปี  จากสถาบันการเงินในประเทศ  จำหน่ายโดยวิธีประมูล
  • ผู้มีสิทธิซื้อได้แก่  สถาบันการเงินต่างๆ  เช่น  ธนาคาร, บริษัทเงินทุน, บริษัทหลักทรัพย์, บริษัทประกันภัย, บริษัทประกันชีวิต,  กองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ  โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ที่เสนอผลตอบแทนต่ำสุดก่อน  แล้วจึงจัดสรรให้ผู้ประมูลที่เสนอผลตอบแทนสูงขึ้นตามลำดับจนกว่าจะครบวงเงิน
  • คือกองทุนรวมที่บริษัทจัดการกองทุน  จะนำเงินของผู้ลงทุนไปซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล  ตั๋วแลกเงิน  ตั๋วสัญญาใช้เงินและเงินฝากเป็นหลัก
  • เหมาะกับผู้ออมเงินรายย่อยที่ต้องการความเสี่ยงต่ำ   และต้องการสภาพคล่องในการขายหน่วยลงทุน
  • แต่ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนของเราส่วนหนึ่งจะถูกหักเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร   คิดแล้วประมาณ  1  %  ของเงินลงทุน

คือ  กองทุนรวมที่บริษัทจัดการกองทุน  จะนำเงินของผู้ลงทุนไปซื้อหุ้นเป็นหลัก  (บางกองทุนอาจลงทุนในวอร์แรนท์ด้วย)  เหมาะกับนักลงทุนรายย่อยที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน  แต่ต้องการผลตอบแทนสูง  ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงสูงด้วย

เป็นกองทุนที่ได้รับอนุญาตให้ไปลงทุนในต่างประเทศได้  เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถแสวงหาแหล่งลงทุนที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่า  เป็นการกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

  • คือ  กองทุนรวมที่บริษัทจัดการกองทุน  จะนำเงินของผู้ลงทุนไปซื้ออาคารสำนักงาน  หรืออาคารที่พักอาศัย  ที่อยู่ในทำเลที่ดีใจกลางเมือง  และมีผู้เช่าตั้งแต่  80  %  ขึ้นไป
  • มีรายได้จากการเช่าสม่ำเสมอ  สามารถสร้างผลตอบแทนในรูปของค่าเช่าหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ  8-10  %  ต่อปี  ซึ่งกำไรสุทธินี้จะถูกนำไปจ่ายคืนให้ผู้ลงทุนในรูปของเงินปันผลและยังมีโอกาสทำกำไรเพิ่มได้จากการขายอาคารต่อ  หากมีผู้สนใจจะซื้ออาคารนี้ในอนาคต
  • โดยทั่วไปหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์จะต้องถูกนำเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายทำกำไร  หรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้  ขณะที่นักลงทุนอื่นที่ยังไม่ได้ซื้อหน่วยลงทุนนี้ตั้งแต่แรก  ก็สามารถไปซื้อหน่วยลงทุนนี้ได้ในตลาดหลักทรัพย์

คือ  กองทุนที่สถาบันการเงินผู้ได้รับอนุญาต  จัดการการลงทุนให้กับบุคคล หรือคณะบุคคลไม่เกิน  10  ราย  โดยมีจำนวนเงินต่อกองทุนไม่น้อยกว่า  10  ล้านบาท  ซึ่งเจ้าของเงินทุนสามารถมีส่วนในการกำหนดนโยบายการลงทุนของตนเองได้

  • คือ  กองทุนที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นโดยความสมัครใจ  เงินกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายสะสมและเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบให้ทุกเดือน  เพื่อเป็นหลักประกันแก่ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างเกษียณอายุหรือออกจากงาน
  • ลูกจ้างจะถูกกำหนดให้จ่ายเงินสะสมตั้งแต่ร้อยละ  2-15  ของเงินเดือนและนายจ้างจะต้องสมทบเงินไม่น้อยกว่าเงินสะสมของลูกจ้างแต่ไม่เกินร้อยละ  15  ของเงินเดือนลูกจ้าง
  • เงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายสามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้เพื่อเสียภาษีตามที่จ่ายจริง
  • คือ  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารเงินเกษียณอายุให้ข้าราชการแทนระบบบำเหน็จบำนาญเดิม  ข้าราชการจะถูกกำหนดให้จ่ายเงินสะสมร้อยละ 3 ของเงินเดือน  ส่วนรัฐจะจ่ายเงินสมทบให้ร้อยละ 3 เช่นกัน
  • เมื่อสมาชิกเกษียณอายุ  หากอายุราชการไม่ถึง 10 ปี จะได้รับเงินสะสมเงินสมทบและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
  • หากทำงาน 10 ปีขึ้นไป  แต่ไม่ถึง 25 ปี จะได้รับเงินสะสม  เงินสมทบ  และดอกผลจากกบข.  พร้อมมีเงินบำเหน็จให้อีกก้อนหนึ่ง  ซึ่งเท่ากับเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยอายุราชการ
  • หากทำงาน 25 ปีขึ้นไป  สมาชิกกองทุนจะได้รับเงินสะสม  เงินสมทบและดอกผลจากกบข.  พร้อมบำเหน็จหรือบำนาญ   หากเป็นบำเหน็จจะเท่ากับเงินเดือนสุดท้ายคูณอายุราชการ  ถ้าเป็นบำนาญจะเท่ากับเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายคูณอายุราชการหารด้วยห้าสิบ   รับป็นรายได้ต่อเดือน  ไปตลอดชีวิต
  • เป็นกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารเงินเกษียณอายุให้ประชาชนทั่วไป  โดยเฉพาะคนที่ทำงานอิสระ  ไม่ได้ทำงานบริษัทหรือรับราชการ  เพื่อให้สามารถเตรียมเงินเกษียณอายุได้อย่างเป็นระบบเหมือนสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามบริษัทต่างๆ
  • กองทุนนี้  ผู้ลงทุนต้องออกเงินออมแต่เพียงฝ่ายเดียวและมีข้อกำหนดให้  ต้องลงทุนสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง  ไม่น้อยกว่าร้อยละ  3  ของเงินได้ในปีภาษีนั้นหรือไม่น้อยกว่า  5,000  บาทต่อปี
  • ทั้งนี้ต้องไม่ขาดการลงทุนในแต่ละกองทุนรวมเกินกว่า  1  ปีติดต่อกัน  โดยกองทุนรวมนี้จะไม่มีการจ่ายเงินปันผล  หรือ  เงินตอบแทนใดๆให้แก่ผู้ลงทุนจะจ่ายเงินทั้งหมดก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนแจ้งไถ่ถอน
  • ผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี  คือ  ผลตอบแทนการลงทุนไม่ต้องเสียภาษี  และ  เงินลงทุนที่เติมเข้าไปในแต่ละปี  ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้  ตามที่จ่ายจริง  โดยเมื่อรวมเงินลงทุนนี้เข้ากับเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ  กบข.แล้ว   ต้องไม่เกิน  500,000  บาทในแต่ละปีภาษี
  • เงินที่ลงทุนไปทั้งหมดพร้อมผลตอบแทนจะไถ่ถอนได้ก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนมีอายุไม่น้อยกว่า  55  ปี  และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า  5  ปี  หรือ  ไถ่ถอนได้ในกรณีผู้ลงทุนทุพลภาพหรือตาย  โดยสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะเริ่มในปีเงินได้  2544  เป็นต้นไป
  • กรณีผู้ลงทุนทำผิดเงื่อนไข  ไถ่ถอนก่อนข้อกำหนด    สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับจากการลงทุน  ในส่วนของ 5 ปีสุดท้ายจะต้องถูกเรียกคืนและผลตอบแทนการลงทุนของ  5  ปีท้ายสุดจะต้องถือเป็นรายได้นำมารวมคำนวณภาษีด้วย
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนี้  สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ทุกประเภท  เช่น  หุ้นสามัญ  ,  หุ้นกู้  ,  พันธบัตร  , เงินฝาก  หรือ  วอร์แรนท์  แต่ผู้ลงทุนสามารถกำหนดได้ว่าจะเลือกลงทุนในกองทุนประเภทใด  และผู้ลงทุนสามารถโอนย้ายกองทุนจาก  RMF  หนึ่งไปยังอีก RMF หนึ่งได้ เพื่อเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับอายุและภาวะตลาดในตอนนั้น
  • เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเรื่องการออมทรัพย์และการคุ้มครองในเวลาเดียวกัน  ผลตอบแทนของกรมธรรม์ประกันชีวิตมักกำหนดไว้คงที่ที่  5-6  %  ต่อปี  จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบความเสี่ยง  หรือผู้ที่เก็บเงินไม่ค่อยได้  เนื่องจากการเก็บออมโดยการทำประกันชีวิตเป็นวิธีเก็บเงินที่เป็นระบบระเบียบมากที่สุดวิธีหนึ่ง  ผู้ลงทุนต้องเจียดเงินมาเก็บทุกปีเป็นเวลายาวนานถึง  20  ปี  หรือจนครบอายุสัญญา
  • เนื่องจากรัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนรู้จักเก็บออมเงิน   เพื่อจะได้ดูแลรับผิดชอบตนเองเมื่อตอนแก่  จึงสนับสนุนให้ลดหย่อนภาษีได้ถึงปีละ  100,000  บาท  ดอกผลที่เกิดจากการทำประกันชีวิตทุกบาททุกสตางค์ไม่ต้องเสียภาษี
  • และยังมีกฎหมายคุ้มครองพิเศษ  ให้เงินสินไหมประกันชีวิตเป็นเงินปลอดหนี้สิน  เจ้าหนี้ไม่สามารถยึดได้เกินกว่าเบี้ยประกันที่ได้จ่ายไปซึ่งจะแตกต่างจากสินทรัพย์อื่นๆที่จะถูกยึดจากเจ้าหนี้ได้  เมื่อผู้ลงทุนเสียชีวิตไป
  • คือ  แบบประกันชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของประกันแบบชั่วระยะเวลา  และกองทุนรวมอยู่ในฉบับเดียวกัน  แต่ผู้เอาประกันสามารถเพิ่มเงินลงทุนได้ตลอดเวลา  และในเวลาเดียวกันก็สามารถขายหน่วยลงทุนที่ซื้อเพิ่มนี้ได้ทุกเวลาเช่นกัน
  • บริษัทประกันจะนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนในหลักทรัพย์เหมือนกองทุนรวมทั่วไป  และให้สิทธิลูกค้าเลือกได้ว่าจะลงทุนในกองทุนประเภทใด  ในสัดส่วนเท่าไร  หรือ  จะโอนย้ายประเภทของกองทุนก็ได้เช่นกัน
  • เนื่องจาก  อินเวสต์เมนต์  ลิงค์  นับเป็นประกันชีวิตชนิดหนึ่ง  จึงต้องมีขั้นตอนพิจารณา  อายุ  ,  สุขภาพ  ,ฐานะทางการเงิน   เหมือนประกันชีวิตทั่วไป  แต่ก็ได้สิทธิรับความคุ้มครองเงินลงทุนจากเจ้าหนี้  และได้สิทธิประโยชน์เรื่องภาษีเหมือนประกันชีวิตทุกประการ

.

เมื่อเราได้รู้จักหลักทรัพย์ข้างต้นแบบภาพกว้างกันแล้ว  อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมเพราะถึงแม้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันก็อาจจะมีความเสี่ยงที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่นสองบริษัทที่แตกต่างกัน เมื่อออกหุ้นกู้มาแล้วด้วยฐานะทางการเงินที่แตกต่างกัน จะทำให้ความเสี่ยงแตกต่างกันไปด้วยเช่นเดียวกัน

พึงระลึกไว้เสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เราต้องศึกษาข้อมูลอย่างดีด้วยตนเองทุกครั้ง ด้วยความปรารถนาดีจากเวลธ์ พาร์ทเนอร์ครับ

– ถ้าคุณอยากเริ่มวางแผนการเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร?
– อยากเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาจัดการเอง
– เสียภาษีเยอะจัง ควรเริ่มจัดการอย่างไร?
– SSF หรือ RMF กองไหนน่าสนใจ?
– ประกันมีให้เลือกหลายแบบ เลือกไม่ถูก?

ปรึกษาฟรี
Facebook Comments
By | 2018-08-30T16:30:59+00:00 August 15th, 2018|Blog, ความรู้อื่นๆที่น่าสนใจ, วางแผนการลงทุน|Comments Off on ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราควรรู้จัก

About the Author: