ประกันควบการลงทุน (Unitlink) เป็นประกันที่
1. ชนิดของเบี้ยประกันชีวิต
หลายๆท่านที่ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่นั้น น่าจะทราบว่าปกติแล้วเบี้ยประกันชีวิตเป็นเบี้ยประกันที่คงที่ และมีสัญญาความคุ้มครอง และการจ่ายคืนผลประโยชน์อย่างชัดเจน ความคุ้มครองเป็นเท่าไหร่จะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มสัญญาและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จนจบสัญญานั้น
แต่สำหรับประกันควบการลงทุนนั้นเป็นแบบประกันที่มีความยืดหยุ่นมาก เพราะสามารถปรับเปลี่ยนแผนความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันชีวิตได้เกือบตลอดเวลา โดยค่าเบี้ยประกันชีวิตจะอยู่ในชื่อ “เบี้ยประกันเพื่อการออมและลงทุ
โดยหลักๆแล้วเบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ Unitlink นี้จะสามารถแบ่งเป็นสองส่วนคือ ค่าใช้จ่ายในการรับประกันและเงินลงทุนในหน่วยลงทุน แต่!!! เราจะทราบแค่นี้ไม่ได้เพราะเบี้ยประกันส่วนนี้ยังสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อยนั่นคือ (บางข้อมูลจะแบ่งเป็น 3 ประเภทแต่เพื่อความเข้าใจในเบื้องต้นจึงขอแบ่งเป็นแค่ 2 ประเภท)
- เบี้ยประกันภัยหลักเพื่อความคุ้มครอง (Regular Paying Premium: RPP),
- เบี้ยประกันเพื่
อการออม (Regular Saving Premium: RSP หรือบางกรณีใช้คำว่า Top Up)
นั้นทำให้เป็นที่มาของคำถามของหลายท่านว่าแล้วเราจะเลือกอย่างไรดี วิธีการเลือกก็อาจจะดูจากข้อแตกต่างของเบี้ยประกันทั้
- จำนวนค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บ – ค่าใช้จ่ายสำหรับเบี้
ยประกันภัยหลัก (RPP) จะมากกว่าค่าใช้จ่ายจากเบี้ยประกันเพื่ อการออมและการลงทุน (RSP หรือ Top Up) - ทุนประกัน – เบี้ยประกันแต่
ละประเภท (RPP, RSP และ Top Up) จะมีการกำหนดจำนวนทุนประกั นขั้นต่ำและขั้นสูงสุดที่ผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อได้ โดยทุนประกันก็ยังเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราเลือกว่าเราต้องการเบี้ยประกันชนิดใดบ้าง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการความคุ้มครองทุ นประกันที่สูง ก็ควรกำหนดสัดส่วนของเบี้ยประกั นหลัก (RPP) สูงด้วยเช่นเดี ยวกัน เพราะบริษัทประกันมักกำหนดให้ทุนต่ อเบี้ยของเบี้ยประกันภัยหลักสูงสุดถึง 100 เท่า นั่นหมายถึงว่าทุกๆ 100 บาทของค่าเบี้ย สามารถเลือกทุนประกันได้สูงถึง 10,000 บาท
บทความที่เกี่ยวข้อง (Click)
2. ชนิดของเบี้ยประกันสุขภาพ
อนุสัญญาประกันสุขภาพเป็นสัญญาแยกต่างหากจากสัญญาหลัก โดยให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพ อุ
- อนุสัญญาสุขภาพแบบชำระเบี้
ยประกัน (Premium Paying Rider : PPR) หรือแบบทั่วๆไปที่จ่ายทิ้งรายปีและ - อนุสัญญาเพิ่มเติมแบบชำระค่
าเบี้ยประกันโดยการขายหน่วยลงทุ น (Unit deducted Rider : UDR) ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจะจ่ายโดยการขายหน่วยลงทุนออกมาเป็นรายเดือนเพื่อชำระค่าเบี้ยประกัน (โดยไม่สนใจว่าเราชำระเป็นรายปีหรือรายเดือน)
แล้วอย่างงี้เราควรเลือกความคุ้มครองแบบไหนระหว่างแบบ PPโดยข้อแตกต่างสำคัญของอนุสัญญา 2 ประเภทนี้คือ
- ความคุ้มครอง – อนุสัญญาแต่ละประเภทถือเป็นสั
ญญาเฉพาะ ทำให้ความคุ้มครองที่ได้ย่ อมแตกต่างกัน เราจึงมีหน้าที่ต้องศึกษาว่าอนุสัญญาที่ เราต้องการ มีแบบไหนให้เลือกบ้างระหว่างสัญญาแบบ PPR หรือ UDR - เบี้ยประกัน – เบี้ยประกัน PPR เป็นเบี้ยประกันจ่ายทิ้งรายปี ในทางกลับกันอนุสัญญา UDR เบี้ยประกันจะประกอบไปด้วยค่าเบี้
ยประกันที่จ่ายทิ้ง และอีกส่วนเป็นเบี้ยที่จะนำไปลงทุนในกองทุนรวม นั่นทำให้เบี้ยประกั นโดยรวมของสัญญา UDR จะสูงกว่าเบี้ยประกัน PPR
ในเบื้องต้นนั้นถ้าเรามีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างของประกันควบการลงทุน ก็จะทำให้เราสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือสอบถามข้อจำกัดของประกันประเภทนี้ได้จากตัวแทนประกันชีวิตที่นำผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาเสนอขายท่านได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น เวลธ์ พาร์ทเนอร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้เราไม่พลาดโอกาสดีๆจากการวางแผนการเงินด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปครับ
– ถ้าคุณอยากเริ่มวางแผนการเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร?
– อยากเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาจัดการเอง
– เสียภาษีเยอะจัง ควรเริ่มจัดการอย่างไร?
– SSF หรือ RMF กองไหนน่าสนใจ?
– ประกันมีให้เลือกหลายแบบ เลือกไม่ถูก?