ถ้าให้นึกถึงการส่งต่อมรดกตามพล็อตหนังไทยแล้วละก็ ส่วนมากก็จะนึกถึง “การทำพินัยกรรม” โดยการทำพินัยกรรมนี้จะทำให้ทรัพย์สินต่างๆของผู้ตายถูกถ่ายโอนไปตามเจตนาตามพินัยกรรม ไม่ให้เป็นไปตามการสืบสายเลือด (หรือทางกฏหมายจะเรียกว่าตามทายาทโดยธรรม)
ทั้งนี้ถ้าเราเลือกทางเลือกในการจัดการมรดกแบบพินัยกรรมแล้วละก็ เราจำเป็นต้องทราบถึงประเภทของพินัยกรรมที่เราสามารถทำได้ เพราะพินัยกรรมในแต่ละแบบก็มีเงื่อนไขในการจัดเตรียมที่ไม่เหมือนกัน บางประเภทมีความง่ายในการจัดทำแต่บางประเภทนั้นก็จำเป็นที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามา โดยจะมีแบบไหนบ้างนั้นอ่านต่อกันได้เลยครับ
1.พินัยกรรมแบบธรรมดา (มาตรา ๑๖๕๖)
- ต้องลงวันที่ เดือน ปี ในขณะที่ทำ จะลงสถานที่ทำพินัยกรรมด้วยก็ได้ เพราะข้อความในพินัยกรรมนั้น ผู้ทำไม่ต้องเขียนหรือพิมพ์เอง อาจให้ผู้อื่นเขียนหรือให้ผู้อื่นพิมพ์ ตามเจตนาของผู้ทำพินัยกรรมเองก็ได้
- ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน อยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น
- พยานทั้ง 2 คนจะต้องลงลายมือชื่อรับรอง การขูด ลบ ข้อความพินัยกรรม ผู้ทำและเจ้าของพินัยกรรมจะต้องลงลายชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง
- โหลดตัวอย่างได้ที่นี่
2.พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ (มาตรา ๑๖๕๗)
- เป็นเอกสารที่ผู้ทำพินัยกรรมได้เขียนด้วยลายมือของตนทั้งฉบับ
- ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม
- เขียนพินัยกรรมของตนเองทั้งหมด ลงลายมือชื่อของตน
- ไม่ต้องมีพยานรับรอง
- หากมีการขูด ลบ ตก เติม ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง
- โหลดตัวอย่างได้ที่นี่
3.พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (มาตรา ๑๖๕๘)
- ผู้ทำพินัยกรรมมีความประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นคนรับรู้การทำพินัยกรรมของตน
- ผู้ประสงค์จะจัดทำพินัยกรรมจะต้องไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานของรัฐ ต่อหน้าพยาน 2 คน
- พินัยกรรมประเภทนี้จะไปทำนอกสถานที่ก็ได้ หากเป็นความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรม
- การขูด ลบ ตกแต่ง เพิ่มเติมข้อมูล ผู้ที่เป็นพยานและเจ้าหน้าที่จะต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง
4.พินัยกรรมลับ (มาตรา ๑๖๖๐)
- ต้องทำเป็นหนังสือ จะเขียนหรือพิมพ์เอง หรือให้ผู้อื่นทำให้ก็ได้
- ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
- ต้องปิดผนึกพินัยกรรมนั้น แล้วลงลายมือชื่อตามรอยผนึกนั้น
- นำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อหน้าเจ้าพนักงานของรัฐและพยานอีกอย่างน้อย ๒ คน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดเหล่านั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมมิได้เขียนเองโดยตลอด ก็จะต้องแจ้งนาม และภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย
- เมื่อเจ้าพนักงานของรับจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรมและวันที่ เดือน ปีที่ทำพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองนั้น และประทับตราตำแหน่งแล้ว ให้เจ้าพนักงานของรัฐ ผู้ทำพินัยกรรม และพยานลงลายมือชื่อบนซองนั้น และประทับตราตำแหน่งแล้ว ให้เจ้าพนักงานของรัฐ ผู้ทำพินัยกรรม และพยานลงลายมือชื่อบนซอง
- ผู้ทำพินัยกรรมจะลงลายพิมพ์นิ้วมือ และมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง 2 คนแทนลงลายมือชื่อบนซอง
5.พินัยกรรมด้วยวาจา (มาตรา ๑๖๖๓)
- ต้องมีพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กำหนดไว้ได้ เช่น ตกอยู่ในอันตราย ใกล้ความตาย หรือการมีโรคระบาด หรือสงคราม จึงจะทำพินัยกรรมด้วยวาจาได้
- ผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อย ๒ คน ซึ่งอยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้น
- พยาน 2 คนนั้นต้องไปแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานของรัฐโดยเร็ว และแจ้งข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมสั่งไว้ด้วยวาจานั้น และต้องแจ้งวันที่ เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรม และพฤติการณ์พิเศษนั้น
- เจ้าพนักงานของรัฐคนนั้นต้องจดแจ้งข้อความที่พยานได้แจ้งไว้ และพยานทั้ง 2 คนนั้นต้องลงลายมือชื่อ หรือลงลายพิมพ์นิ้วมือ โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรอง 2 คน
เมื่อทราบเช่นนี้แล้วอย่าลืมเลือกประเภทของพินัยกรรมให้เหมาะกับตัวเรา เพราะจะทำให้การส่งต่อมรดกไม่มีปัญหาด้วยความปรารถนาจากพี่เสือ #Tigertheplanner เวลธ์ พาร์ทเนอร์ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง (Click)
– ถ้าคุณอยากเริ่มวางแผนการเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร?
– อยากเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาจัดการเอง
– เสียภาษีเยอะจัง ควรเริ่มจัดการอย่างไร?
– SSF หรือ RMF กองไหนน่าสนใจ?
– ประกันมีให้เลือกหลายแบบ เลือกไม่ถูก?